# ความเชื่อแรกของมนุษย์

> นานก่อนจะมีตัวอักษร เมือง หรือการเกษตร มนุษย์ฝังศพผู้ตายอย่างพิถีพิถัน วาดภาพสัตว์ในถ้ำ และเชื่อว่าโลกเต็มไปด้วยผีและวิญญาณ ตอนนี้ตามรอยหลักฐานที่นักโบราณคดีพบ และคำถามที่พวกเขายังถกเถียงกันอยู่

Interactive film: https://www.planetpast.com/stories/religion-first-beliefs/?lang=th  
Publisher: PlanetPast (https://www.planetpast.com/) · เผยแพร่ 2026-10-13 · Religion, History

## บทนำ

### ความเชื่อแรกของมนุษย์
*ต้นกำเนิดศาสนา · ตอนที่ 01*

ศาสนาก่อนประวัติศาสตร์

มนุษย์สปีชีส์ของเรา โฮโมเซเปียนส์ ถือกำเนิดในแอฟริการาว 300,000 ปีก่อน ทุกสังคมมนุษย์ที่นักมานุษยวิทยาเคยศึกษา ล้วนมีศาสนาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง คือความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับอำนาจที่อยู่เหนือโลกในชีวิตประจำวัน แต่ความเชื่อไม่ทิ้งกระดูกไว้ให้ขุด นักโบราณคดีจึงตามหาร่องรอยของมันแทน ทั้งการฝังศพอย่างพิถีพิถัน สัญลักษณ์ ศิลปะ และสถานที่ที่สร้างไว้เพื่อชุมนุมกัน

บทนำ · ตอนที่ 01 ของชุดต้นกำเนิดศาสนา
#### ตามหาศาสนาแรก
ยังไม่มีนิยามของคำว่าศาสนาที่ทุกคนยอมรับ นักวิชาการส่วนใหญ่นับรวมความเชื่อเรื่องผี เทพ หรืออำนาจศักดิ์สิทธิ์ และพิธีกรรม กฎ และชุมชนที่สร้างขึ้นรอบความเชื่อนั้น

ศักราชในยุคก่อนประวัติศาสตร์อันไกลโพ้นบอกเป็น “ปีก่อน” มาจากการหาอายุทางวิทยาศาสตร์และมีค่าคลาดเคลื่อน

แหล่งข้อมูล (ภาษาอังกฤษ): [Britannica: animism](https://www.britannica.com/topic/animism)

## บทที่ I · ยุคดึกดำบรรพ์

### ดูแลผู้ตาย
*บทที่ I · ราว 100,000 ปีก่อน*

หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุด

ที่ถ้ำคัฟเซห์และสคูลในอิสราเอลปัจจุบัน มีการฝังศพเมื่อราว 100,000 ปีก่อน ศพเด็กคนหนึ่งถูกวางเขากวางไว้บนอก และพบดินสีแดงอยู่ใกล้ ๆ ที่ปังกา ยา ไซดี ในเคนยา เด็กเล็กคนหนึ่งถูกฝังเมื่อราว 78,000 ปีก่อน ในท่านอนขดตัว และดูเหมือนศีรษะจะวางอยู่บนหมอน คนเหล่านี้เชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายหรือไม่ เราไม่อาจรู้ได้ แต่พวกเขาถือว่าความตายเป็นเรื่องพิเศษ และนักวิชาการหลายคนเริ่มเล่าเรื่องของศาสนาจากตรงนี้

บทที่ I · ขั้นที่ 1
#### ดูแลผู้ตาย

- ~100,000 ปีก่อน คัฟเซห์และสคูล เลแวนต์
- ~78,000 ปีก่อน ปังกา ยา ไซดี เคนยา: หลุมศพที่เก่าที่สุดที่รู้จักในแอฟริกา

มีการอ้างถึงหลุมศพของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลด้วย แต่ยังถกเถียงกันว่าตั้งใจฝังจริงเพียงใด

แหล่งข้อมูล (ภาษาอังกฤษ): [Wikipedia: Qafzeh Cave](https://en.wikipedia.org/wiki/Qafzeh_Cave); [Martinón-Torres et al., “Earliest known human burial in Africa”, Nature 2021](https://www.nature.com/articles/s41586-021-03457-8)

### จินตนาการบนผนังถ้ำ
*บทที่ I · ราว 51,000–36,000 ปีก่อน*

ศิลปะ เรื่องเล่า และสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงในโลก

เมื่อมนุษย์สมัยใหม่แพร่ออกจากแอฟริกา ศิลปะเชิงสัญลักษณ์ก็ปรากฏขึ้น บนเกาะสุลาเวสีในอินโดนีเซีย ภาพเขียนในถ้ำที่เป็นภาพคนกับหมูป่ามีอายุอย่างน้อย 51,200 ปี เป็นหนึ่งในภาพเล่าเรื่องที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ในเยอรมนี มนุษย์สิงโตแห่งโฮเลนชไตน์-ชตาเดล แกะจากงาช้างแมมมอธเมื่อราว 40,000 ปีก่อน มีร่างเป็นมนุษย์และหัวเป็นสิงโต สิ่งมีชีวิตที่มีอยู่แต่ในความคิด เป็นสัญญาณแรก ๆ ว่ามนุษย์จินตนาการถึงสิ่งที่อยู่เหนือโลกที่มองเห็นได้

บทที่ I · ขั้นที่ 2
#### จินตนาการบนผนังถ้ำ

- ≥51,200 ปีก่อน ภาพเล่าเรื่องในถ้ำ สุลาเวสี
- ~40,000 ปีก่อน รูปแกะมนุษย์สิงโต เยอรมนี
- ~36,000 ปีก่อน ภาพในถ้ำโชเว ฝรั่งเศส

ภาพในถ้ำเกี่ยวกับศาสนา เวทมนตร์ การเล่าเรื่อง หรือทั้งหมดนี้ ยังเป็นข้อถกเถียง

แหล่งข้อมูล (ภาษาอังกฤษ): [Oktaviana et al., “Narrative cave art in Indonesia by 51,200 years ago”, Nature 2024](https://www.nature.com/articles/s41586-024-07541-7); [Wikipedia: Löwenmensch figurine](https://en.wikipedia.org/wiki/L%C3%B6wenmensch_figurine)

## บทที่ II · ผีและวิญญาณ

### โลกที่เต็มไปด้วยผีและวิญญาณ
*บทที่ II · โลกทัศน์ที่เก่าแก่ที่สุด*

วิญญาณนิยมและหมอผี

ในหมู่นักล่าสัตว์และเก็บของป่าที่ถูกศึกษาในยุคใหม่ ตั้งแต่อาร์กติก แอมะซอน ถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีแนวคิดร่วมกันว่าสัตว์ พืช แม่น้ำ และภูเขามีวิญญาณ และผู้ตายยังอยู่ใกล้ ๆ ในฐานะบรรพบุรุษ ในปี 1871 นักมานุษยวิทยาเอดเวิร์ด ไทเลอร์ เรียกความเชื่อนี้ว่า “วิญญาณนิยม” ปัจจุบันนักวิชาการหลายคนชอบอธิบายว่าเป็นโลกของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตอื่น ในไซบีเรีย ผู้ประกอบพิธีที่เข้าภวังค์เพื่อเดินทางไปโลกวิญญาณถูกเรียกว่าชามาน คำจากภาษาเอเวนกี บทบาทคล้ายกันนี้มีอยู่ในทุกทวีป รวมทั้งหมอผีและร่างทรงในบ้านเรา

บทที่ II · ขั้นที่ 3
#### โลกที่เต็มไปด้วยผีและวิญญาณ

- **“วิญญาณนิยม”**: 1871 เอดเวิร์ด ไทเลอร์ หนังสือ Primitive Culture
- **“ชามาน”**: มาจากภาษาเอเวนกี ไซบีเรีย

นักล่าสัตว์และเก็บของป่าในยุคใหม่ไม่ใช่ “ฟอสซิลที่มีชีวิต” พวกเขามีประวัติศาสตร์ยาวนานของตนเอง จึงให้เพียงเบาะแส ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ เรื่องความเชื่อก่อนประวัติศาสตร์

แหล่งข้อมูล (ภาษาอังกฤษ): [Britannica: animism](https://www.britannica.com/topic/animism); [Britannica: shamanism](https://www.britannica.com/topic/shamanism)

## บทที่ III · ศาสนสถานแรก

### เกอเบคลีเตเป
*บทที่ III · ราว 9500 ปีก่อน ค.ศ.*

อนุสรณ์สถานก่อนการเกษตร

บนยอดเนินในตุรกีตะวันออกเฉียงใต้ ผู้คนตั้งเสาหินรูปตัว T เป็นวงกลม สูงถึงห้าเมตร สลักเป็นรูปหมาจิ้งจอก งู แร้ง รวมทั้งแขนและมือ พวกเขาสร้างสิ่งนี้เมื่อราว 9500 ปีก่อนคริสต์ศักราช ปลายยุคน้ำแข็ง ขณะที่ผู้คนในภูมิภาคเพิ่งเริ่มทำการเกษตร เคลาส์ ชมิดท์ ผู้ขุดค้น เรียกที่นี่ว่า “วิหารแห่งแรก” และเสนอว่าการรวมตัวเพื่อประกอบพิธีช่วยผลักดันให้เกิดการเกษตร งานวิจัยใหม่พบว่ามีคนอาศัยอยู่ที่นั่นด้วย และการถกเถียงยังดำเนินต่อไป

บทที่ III · ขั้นที่ 4
#### เกอเบคลีเตเป

- **สร้าง**: ~9500–8000 ปีก่อน ค.ศ.
- **เสาหิน**: สูงถึง ~5.5 ม.
- **มรดกโลกยูเนสโก**: 2018

แหล่งข้อมูล (ภาษาอังกฤษ): [UNESCO: Göbekli Tepe](https://whc.unesco.org/en/list/1572/)

### บรรพบุรุษใต้พื้นบ้าน
*บทที่ III · ราว 7400–6000 ปีก่อน ค.ศ.*

ศาสนาย้ายเข้ามาในหมู่บ้าน

ในหมู่บ้านเกษตรแห่งแรก ผู้ตายยังอยู่ในบ้าน ที่ชาทัลเฮอยุกในตุรกี ผู้คนถูกฝังใต้พื้นบ้าน ซึ่งผนังมีภาพวาดและประดับด้วยเขาวัว ที่เจริโคและแหล่งอื่นในเลแวนต์ กะโหลกของบรรพบุรุษถูกนำออกมา โบกปูน และปั้นใบหน้าใหม่ โดยใช้เปลือกหอยเป็นดวงตา นักโบราณคดีหลายคนเชื่อมโยงพิธีเหล่านี้กับการบูชาบรรพบุรุษ คือการถือว่าผู้ตายเป็นผู้คุ้มครองครอบครัวและที่ดินของครอบครัว

บทที่ III · ขั้นที่ 5
#### บรรพบุรุษใต้พื้นบ้าน

- ~8000–7000 ปีก่อน ค.ศ. กะโหลกโบกปูน เจริโค
- ~7400–6000 ปีก่อน ค.ศ. ชาทัลเฮอยุก

แหล่งข้อมูล (ภาษาอังกฤษ): [UNESCO: Neolithic Site of Çatalhöyük](https://whc.unesco.org/en/list/1405/)

### หินและดวงอาทิตย์
*บทที่ III · ราว 3000–2000 ปีก่อน ค.ศ.*

อนุสรณ์สถานแห่งวงรอบของปี

ทั่วยุโรปฝั่งแอตแลนติก ชาวนาสร้างสุสานและวงหินขนาดมหึมา สโตนเฮนจ์ในอังกฤษถูกสร้างและสร้างใหม่ระหว่างราว 3000 ถึง 2000 ปีก่อนคริสต์ศักราช มันวางแนวตรงกับดวงอาทิตย์ขึ้นในวันกลางฤดูร้อน และดวงอาทิตย์ตกในวันกลางฤดูหนาว ชาวนาต้องพึ่งฤดูกาล ศาสนายุคแรกหลายแห่งจึงเฝ้าดูท้องฟ้า ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ และฉลองจุดเปลี่ยนของปีด้วยเทศกาล

บทที่ III · ขั้นที่ 6
#### หินและดวงอาทิตย์

- **สโตนเฮนจ์**: ~3000–2000 ปีก่อน ค.ศ.
- **การวางแนว**: ตะวันขึ้นกลางฤดูร้อน ตะวันตกกลางฤดูหนาว

แหล่งข้อมูล (ภาษาอังกฤษ): [UNESCO: Stonehenge, Avebury and associated sites](https://whc.unesco.org/en/list/373/)

## บทที่ IV · ทำไม และที่ไหน

### ผีแห่งอุษาคเนย์
*บทที่ IV · สหัสวรรษที่ 2 ก่อน ค.ศ. – ค.ศ. 500*

ก่อนเทพจากอินเดียจะมาถึง

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป ผู้คนฝังศพพร้อมภาชนะดินเผา สำริด และลูกปัด เช่นที่บ้านเชียงในภาคอีสาน ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโก บนภูเขาในลาว ไหหินขนาดใหญ่หลายร้อยใบบนทุ่งไหหินถูกใช้ในพิธีศพ ทางเหนือของเวียดนาม กลองมโหระทึกสำริดของวัฒนธรรมดงเซินถูกใช้ในพิธีกรรม ความเชื่อเรื่องผีบ้านผีเรือน ผีนา ผีน้ำ และผีบรรพบุรุษ เก่าแก่กว่าพุทธหรือพราหมณ์ในภูมิภาคนี้มาก และยังอยู่จนทุกวันนี้ ตอนที่ 12 จะเล่าเรื่องนี้

บทที่ IV · ขั้นที่ 7
#### ผีแห่งอุษาคเนย์

- บ้านเชียง หลุมศพอย่างน้อยตั้งแต่สหัสวรรษที่ 2 ก่อน ค.ศ. มรดกโลก 1992
- ทุ่งไหหิน ไหหิน ราว 500 ปีก่อน ค.ศ. – ค.ศ. 500 มรดกโลก 2019
- ดงเซิน กลองมโหระทึกสำริด ตั้งแต่ราว 500 ปีก่อน ค.ศ.

แหล่งข้อมูล (ภาษาอังกฤษ): [UNESCO: Ban Chiang Archaeological Site](https://whc.unesco.org/en/list/575/); [UNESCO: Megalithic Jar Sites in Xiengkhuang – Plain of Jars](https://whc.unesco.org/en/list/1587/)

### ทำไมมนุษย์จึงมีศาสนา
*บทที่ IV · คำถามใหญ่*

คำตอบจากวิทยาศาสตร์ และจากศรัทธา

นักวิชาการเสนอคำตอบไว้มากมาย นักสังคมวิทยาเอมิล ดูร์ไกม์ เสนอในปี 1912 ว่าพิธีกรรมร่วมกันช่วยผูกสังคมให้เป็นหนึ่งเดียว นักวิทยาศาสตร์ด้านการรู้คิดเสนอว่า สมองมนุษย์มักมองเห็นเจตนาและผู้กระทำอยู่ทุกหนแห่ง สัญชาตญาณที่มีประโยชน์นี้ทำให้ผีและเทพรู้สึกเป็นเรื่องธรรมชาติ บางคนเสนอว่า ความเชื่อในเทพที่คอยเฝ้ามองศีลธรรมของคน ช่วยให้คนแปลกหน้าไว้ใจกันได้เมื่อสังคมใหญ่ขึ้น แต่ทุกทฤษฎีก็มีผู้วิจารณ์ สำหรับผู้มีศรัทธา คำอธิบายเหล่านี้ไม่ได้ตัดสินว่าคำสอนของศาสนาจริงหรือไม่ นั่นเป็นเรื่องของศรัทธาและปรัชญา ไม่ใช่โบราณคดี

บทที่ IV · ขั้นที่ 8
#### ทำไมมนุษย์จึงมีศาสนา

- กาวสังคม ดูร์ไกม์ 1912
- สมอง วิทยาศาสตร์การรู้คิดของศาสนา
- ความไว้ใจ “เทพผู้ยิ่งใหญ่” ในสังคมขนาดใหญ่ (ยังถกเถียง)

แหล่งข้อมูล (ภาษาอังกฤษ): [Wikipedia: Cognitive science of religion](https://en.wikipedia.org/wiki/Cognitive_science_of_religion)

### ยังมีชีวิตอยู่
*บทที่ IV · ปัจจุบัน*

ศาสนาพื้นบ้านและชนพื้นเมืองในวันนี้

ผู้คนหลายร้อยล้านคนยังนับถือศาสนาพื้นบ้านและศาสนาของชนพื้นเมือง ตั้งแต่ศาสนาดั้งเดิมของแอฟริกา ศาสนาพื้นบ้านจีน ไปจนถึงความเชื่อเรื่องวิญญาณในทวีปอเมริกาและไซบีเรีย และผู้นับถือศาสนาใหญ่ของโลกจำนวนมากก็ยังรักษาธรรมเนียมเก่าไว้ ทั้งการเซ่นไหว้เจ้าที่ พิธีไหว้บรรพบุรุษ และเทศกาลการเก็บเกี่ยวและการขึ้นปีใหม่

บทที่ IV · ขั้นที่ 9
#### ยังมีชีวิตอยู่

- **ผู้นับถือศาสนาพื้นบ้าน**: ~400 ล้านคน ค่าประมาณของ Pew ปี 2010

แหล่งข้อมูล (ภาษาอังกฤษ): [Pew Research Center: folk religionists (2012)](https://www.pewresearch.org/religion/2012/12/18/global-religious-landscape-folk/)

## บทส่งท้าย

### ชั้นที่ลึกที่สุด
*บทส่งท้าย*

ใต้ทุกศาสนา มีศาสนาที่เก่ากว่า

ทุกศาสนาในเวลาต่อมาเติบโตบนความเชื่อแรกเหล่านี้ ทั้งการดูแลผู้ตาย การเคารพผีและบรรพบุรุษ และสถานที่กับช่วงเวลาที่ศักดิ์สิทธิ์ ตอนต่อไป: เทพเจ้าของเมืองและจักรวรรดิแรก ในเมโสโปเตเมีย อียิปต์ กรีก และโรมัน ซึ่งศาสนาของพวกเขาได้สูญหายไปแล้ว

บทส่งท้าย
#### ชั้นที่ลึกที่สุด

- ~100,000 ปีก่อน การฝังศพอย่างพิถีพิถันครั้งแรก
- ~51,000 ปีก่อน ภาพเล่าเรื่องในถ้ำ
- ~9500 ปีก่อน ค.ศ. เกอเบคลีเตเป
- ~7000 ปีก่อน ค.ศ. บรรพบุรุษในบ้าน
- ~3000 ปีก่อน ค.ศ. สโตนเฮนจ์

#### ตอนทั้งหมดในชุด

- **00**ต้นกำเนิดศาสนาของโลก (ภาพรวม)
- **01** ความเชื่อแรกของมนุษย์ (ตอนนี้)
- **02**เทพเจ้าโบราณที่หายไป
- **03**ศาสนาฮินดู
- **04**ศาสนาโซโรอัสเตอร์
- **05**ศาสนายูดาห์
- **06**ศาสนาพุทธและเชน
- **07**ลัทธิขงจื๊อและเต๋า
- **08**ศาสนาชินโต
- **09**ศาสนาคริสต์
- **10** ศาสนาอิสลาม (เร็ว ๆ นี้)
- **11** ศาสนาสิกข์ (เร็ว ๆ นี้)
- **12** ผี พราหมณ์ พุทธ: ศาสนาในอุษาคเนย์ (เร็ว ๆ นี้)

ภาพนิ่งบนการ์ดบทต่าง ๆ สร้างด้วย AI เส้นขอบเป็นค่าประมาณ

แหล่งข้อมูล (ภาษาอังกฤษ): [Martinón-Torres et al., “Earliest known human burial in Africa”, Nature 2021](https://www.nature.com/articles/s41586-021-03457-8); [Oktaviana et al., “Narrative cave art in Indonesia by 51,200 years ago”, Nature 2024](https://www.nature.com/articles/s41586-024-07541-7); [UNESCO: Göbekli Tepe](https://whc.unesco.org/en/list/1572/)

